Category News

ช่างขาย ช่างสร้าง ช่าง Pitch! วิศวฯ มช. เปิด Bootcamp ปลุกพลังเด็กเจนใหม่

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรม Innovator Bootcamp 2026 ภายใต้โครงการช่าง Pitch ปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 2–4 ตุลาคม 2569 ณ อาคาร SMC Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ได้พัฒนาทักษะด้านนวัตกรรม การวิเคราะห์ปัญหา การพัฒนาแนวคิดผลิตภัณฑ์ การวางแผนธุรกิจ และการนำเสนอผลงานอย่างเป็นระบบ           กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนที่มีศักยภาพสามารถต่อยอดจากแนวคิดหรือผลงานต้นแบบ ไปสู่แผนต้นแบบนวัตกรรมที่มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อ ทั้งในเชิงเทคนิค เชิงธุรกิจ และการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานหรือสังคม โดยพิธีเปิดกิจกรรมได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมให้กำลังใจเยาวชนในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองผ่านกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมกล้าตั้งคำถาม เข้าใจปัญหาจริงของผู้ใช้ และพัฒนาแนวคิดให้สามารถนำไปต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม           โครงการนี้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้เป็น 3 วัน ภายใต้แนวคิด “ช่างขาย – ช่างสร้าง – ช่าง Pitch” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ครบตั้งแต่การเข้าใจตลาดและผู้ใช้งาน การพัฒนาแนวคิดเชิงเทคนิค ไปจนถึงการสื่อสารคุณค่าของนวัตกรรมต่อคณะกรรมการและผู้ฟัง           วันที่ 2 ตุลาคม 2569 กิจกรรม “ช่างขาย” มุ่งเน้นการทำความเข้าใจตลาดและผู้ใช้งาน การค้นหา Pain Point ที่แท้จริง การระบุกลุ่มเป้าหมาย (Customer Segmentation) และการสร้างคุณค่าที่โดดเด่นของนวัตกรรม (Value Proposition) โดยได้รับเกียรติจาก คุณรัชวุฒิ พิชยาพันธ์ CEO of Fixzy และ คุณกฤษฎิ์ติเดช ต้นกันยา Founder and CEO of THAI BEAUTY COMPLEX ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาแนวคิดที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานและตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น วันที่ 3 ตุลาคม 2569 กิจกรรม “ช่างสร้าง” เสริมทักษะด้านการพัฒนาและวางแผนเชิงเทคนิค โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ดร.อัฐนันต์ วรรณชัย อาจารย์และประธานหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ QFD (Quality Function Deployment) เพื่อแปลงความต้องการของผู้ใช้งานสู่คุณสมบัติทางวิศวกรรม รวมถึงการวางโมเดลธุรกิจผ่าน Business Model Canvas (BMC) และการกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีด้วย Technology Roadmap นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ฝึกกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ การระดมสมองเพื่อแก้ไขปัญหา และการพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมให้มีความชัดเจนทั้งในมิติของผู้ใช้งาน เทคโนโลยี และการดำเนินธุรกิจ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนำเสนอผลงานในวันสุดท้าย วันที่ 4 ตุลาคม 2569 เป็นเวที “ช่าง Pitch” หรือการแข่งขัน Pitching ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมนำเสนอแนวคิดและผลงานนวัตกรรมต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับข้อเสนอแนะ และพัฒนาทักษะการนำเสนอผลงาน โดยมีคณะกรรมการ ได้แก่ คุณพีระรักษ์ พิชญกุล ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง อาจารย์ ดร.ภวิกา มงคลกิจทวีผล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และผู้จัดการทั่วไป อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ อาจารย์ ดร.พงษ์สวัสดิ์ เปรมเพ็ชร อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายหลังการนำเสนอผลงาน มีการประกาศผล “สุดยอดนวัตกรรม” และมอบเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล เพื่อเชิดชูทีมที่สามารถนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมได้อย่างโดดเด่น และมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอด สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม ได้แก่ ทีม ระบบท่อแม่เหล็กเพื่อควบคุมปรสิตในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย ผลงาน/นวัตกรรม “ระบบท่อแม่เหล็กเพื่อควบคุมปรสิตในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ” ซึ่งมีจุดเด่นด้าน “เป็นนวัตกรรมบำบัดน้ำแบบไม่ใช้สารเคมีในการควบคุมปรสิต ซึ่งช่วยลดการตกค้างของสารเคมีในสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม” และมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดสู่การใช้งานจริง กิจกรรม Innovator Bootcamp 2026 สะท้อนบทบาทของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการเป็นพื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรุ่นใหม่และเชื่อมโยงการเรียนรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการเข้ากับเยาวชนในภูมิภาค พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะฯ โรงเรียน ครูที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนสามารถพัฒนาจาก “แนวคิด” สู่ “นวัตกรรม” และต่อยอดสู่โครงการหรือธุรกิจในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

เปิดรับข้อเสนอโครงการทุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ST) ประจำปีงบประมาณ 2571

📢 สำนักงานบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญชวนคณาจารย์และนักวิจัย มช. ยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Development Fund: ST) ประจำปีงบประมาณ 2571 จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) 🔹 กรอบยุทธศาสตร์การสนับสนุน 2 ด้าน➖STI การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ (Science and Technology Infrastructure)➖NQI การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ (National Quality Infrastructure) 🚀 กรอบการขับเคลื่อนที่สำคัญ 6 ประเด็น➖นวัตกรรมสุขภาพและการพัฒนาสู่การใช้จริงทางคลินิก➖ชีวเศรษฐกิจ เกษตรอัจฉริยะ และการผลิตชีวภาพ➖อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์➖พลังงานคาร์บอนต่ำที่มั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืน➖อธิปไตยและความมั่นคงทางความรู้ของประเทศ➖วิทยาศาสตร์มรดกและสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม 📅 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดรับข้อเสนอโครงการถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.30 น.📁โดยสามารถส่งข้อเสนอโครงการมาได้ที่ 📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสำนักงานบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โทรศัพท์ 0 5394 3610 (จ๊อบ), 3613 (ฟ้า, เคน) 📑 รายละเอียด หลักเกณฑ์ และดาวน์โหลดแบบฟอร์มข้อเสนอโครงการ– กรอบการขับเคลื่อนแผนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571– คู่มือการจัดทำคำของบประมาณและการบริหารจัดการงบประมาณ– แบบฟอร์มข้อเสนอโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (word)– แบบฟอร์มข้อเสนอโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (pdf)– แบบฟอร์มแผนงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (word)– แบบฟอร์มแผนงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (pdf)– บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (EXECUTIVE SUMMARY) (word)– งบ ST คืออะไร?

เงินทุนช่วยเหลือการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 33

1. วัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนอาจารย์ และ/หรือนักวิจัยที่กำลังค้นคว้าหรือมีโครงการในการค้นคว้างานที่เป็นรากฐานอันจะอำนวยประโยชน์ให้แก่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย โดยเฉพาะในสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา (เน้นงานวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากข้าว) ฟิสิกส์ (เน้นงานวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาวัสดุสารกึ่งตัวนำ) เคมี และวิศวกรรมศาสตร์ ยกเว้นคณิตศาสตร์และแพทยศาสตร์คลินิก โดยในปีนี้ ในทั้ง 4 สาขา มูลนิธิฯ จะให้ความสำคัญส่วนหนึ่งกับงานวิจัยที่เกี่ยวกับพลังงาน เช่น การค้นหาพลังงานในรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับประเทศไทย พลังงานทางเลือก พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน การอนุรักษ์พลังงาน ระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ขอรับทุนจะต้องเป็นอาจารย์/นักวิจัยที่มีประวัติความสำเร็จในผลงาน เป็นที่ยอมรับของบุคคลในวงการนั้นๆ เป็นอย่างดี หรือมีศักยภาพที่จะพัฒนาความรู้ความสามารถให้เป็นที่ยอมรับในสาขานั้นๆ ในอนาคต 2. ขอบเขตการสนับสนุน เงินทุนที่ให้จะให้การสนับสนุนเรื่องค่าตอบแทนแก่ผู้ทำการวิจัยและผู้ช่วยวิจัยในโครงการเป็นหลัก และส่วนหนึ่งจะให้การสนับสนุนการเดินทางไปเสนอผลงานวิจัยในต่างประเทศรวมทั้งการเผยแพร่ผลงาน บางส่วนอาจให้เป็นค่าใช้จ่าย เช่น ค่าวัสดุในการดำเนินการวิจัย ทั้งนี้โครงการที่เสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนจากมูลนิธิฯ ควรเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนวิจัยจากแหล่งทุนอื่นอยู่แล้ว โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิฯ ถือเป็นการสนับสนุนโครงการวิจัยนั้นๆ เพิ่มเติมในบางส่วนเท่านั้น 3. ผู้มีสิทธิสมัคร อาจารย์หรือนักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน หรือนักวิจัยในสถาบันวิจัยของรัฐและรัฐวิสาหกิจในประเทศไทยที่ต้องการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาที่กล่าวข้างต้น โดยบุคคลที่สมัครต้องมีสัญชาติไทยและปฏิบัติงานวิจัยในประเทศไทย 4. เกณฑ์การพิจารณา 5. ผลงานที่คาดหวัง 6. การประเมินผลสำเร็จ จะพิจารณาจากผลงานของนักวิจัยผู้ได้รับทุนในรูปแบบต่างๆ ตามที่ระบุในข้อ 5. 7. จำนวนเงินอุดหนุน ทุนนี้จะให้การสนับสนุนรายละไม่เกิน 400,000 บาท ต่อปี ทั้งนี้ขึ้นกับขอบเขตงานของโครงการโดยจะมีจำนวนทุนทั้งสิ้นประมาณ 15-20 ทุนต่อปี ในกรณีที่เป็นโครงการที่ใช้ระยะเวลามากกว่า 1 ปี จะได้รับการพิจารณาปีต่อปีโดยนักวิจัยจะต้องทำข้อเสนอเพื่อขอรับทุนใหม่ทุกปี 8. กำหนดการรับสมัคร สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ >> ผู้สนใจยื่นใบสมัครได้ที่ :ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ประธานคณะกรรมการเงินทุนช่วยเหลือทางด้านวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย ฝ่ายเลขานุการ :ชั้น 6 อาคารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเลขที่ 73/1 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400Tel: 062 229 6468 (คุณเรณุกา) หรือ 02 266 6595 ต่อ 553 (คุณเสาวลักษณ์) (วงเล็บมุมซอง “ข้อเสนอโครงการเพื่อรับเงินทุนวิจัย มูลนิธิโทเรฯ”) หมดเขตรับสมัคร วันที่ 15 ตุลาคม 2569ประกาศผล มกราคม 2570

ASEAN Science Technology and Innovation Fund Call 2026: AI-Enabled Competitive and Resilient Region

The ASEAN Committee on Science, Technology and Innovation (COSTI) invites institutions from ASEAN Member States (AMS) to submit project proposals for funding under the ASEAN Science, Technology and Innovation Fund (ASTIF) Call 2026, with a total budget of USD 1,200,000, to catalyse collaborative research and innovation on Artificial Intelligence (AI) across the region, in line with the ASEAN Plan of Action on Science, Technology and Innovation (APASTI) 2026–2035. Funding Organization: ASEAN Science, Technology and Innovation Fund (ASTIF) Priority Areas: (1) AI for Health, Bioeconomy and Food Security (2) AI for Space, Earth, Ocean and Climate Intelligence (3) AI for Advanced Materials and Energy Transition (4) AI for Micro, Small, and Medium Enterprises (MSME) Productivity and Workforce Development. Funding Tracks Proposals may be submitted under one of two tracks: • Open Competitive Call Track – Open to higher education institutions, public research organisations, government agencies, non-profit organisations, private sector companies, start-ups, and other legally registered organisations engaged in science, technology and innovation (STI) activities in AMS. • COSTI Sub-Committee Track – Open to entities serving as national focal points for COSTI Sub-Committees in each AMS. Proposals under this track must be endorsed by the respective COSTI Sub-Committee prior to submission. Eligibility Eligible activities under this Call include: • Collaborative research or development of models or AI-enabled tools or solutions; • Technology demonstration or proof-of-concept of AI solutions; • Development or enhancement of shared infrastructure and data systems for AI research and development. Mandatory Requirements (Both Tracks) • Applicants must be legally registered entities based in an ASEAN Member State. Individual applicants are not eligible under either track. • The project team must comprise members from at least two ASEAN Member States (AMS). • All proposals must be submitted through the National COSTI Focal Point of the AMS serving as the project…

วิศวฯ มช. ร่วมกับ กฟผ. เดินหน้าต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาสู่การใช้ประโยชน์จริง

วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 09.00 – 11.00 น. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประชุมหารือแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนแนวทางการพัฒนาต่อยอดและขยายผลการใช้งาน ณ ห้อง Co-working Space ชั้น 2 อาคาร E-SIE Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจาก ฝ่ายนวัตกรรม กฟผ. สำนักงานใหญ่ และ กฟผ. แม่เมาะ พร้อมด้วยบุคลากรจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พุทธิพล ดำรงค์ชัย อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา หัวหน้าโครงการ และเจ้าหน้าที่จาก หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (TLO).การหารือมุ่งเน้นการกำหนดแนวทางการนำผลงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี การขยายผลการใช้งาน และการบริหารจัดการด้านสิทธิ หน้าที่ และการจัดสรรผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับระเบียบและแนวปฏิบัติของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่าง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ กฟผ. และได้นำไปสู่การจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร เลขที่ 28020 ในชื่อ “ระบบการเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของมวลดินด้วยเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกแบบจลน์ในทันที” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.พุทธิพล ดำรงค์ชัย เป็นหัวหน้าโครงการ.การหารือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ กฟผ. ในการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริง พร้อมสร้างโอกาสในการต่อยอดเทคโนโลยีให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน #EngCMU #CMU #GEEK #EGAT #IP #ทรัพย์สินทางปัญญา #Innovation #Research

วิศวฯ มช. ร่วมขับเคลื่อนเยาวชนภาคเหนือ สู่เส้นทาง Startup ในการแข่งขัน Start Up Season 6 ภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดี และอาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมบูรณาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสิน การแข่งขัน Start Up Season 6 ภาคเหนือ เวทีประชันแนวคิดและศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในภูมิภาค ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.การแข่งขันครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนและเยาวชนได้นำเสนอแนวคิดธุรกิจ ผลงานนวัตกรรม และแนวทางการพัฒนาผลงานผ่านการ Pitching ต่อคณะกรรมการ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และพลังของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมนำความรู้และไอเดียมาต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจและนวัตกรรม.การเข้าร่วมเป็นกรรมการของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร สะท้อนถึงบทบาทของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้าน นวัตกรรม เทคโนโลยี และการเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการ Startup ที่สามารถสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต #EngCMU #CMU #StartupSS6 #StartupSS6InterRound #วัยรุ่นมีของ

วิศวะ มช. ศึกษาดูงาน Agri Inno คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรียนรู้กลไกเปลี่ยนโจทย์ผู้ประกอบการสู่ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม

เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 12.00 น. ที่ผ่านมา งานบริหารงานวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าศึกษาดูงานด้านระบบและกลไกการบริหารจัดการผลงานวิจัยและนวัตกรรม ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางการเกษตรสำหรับบัณฑิตผู้ประกอบการ (Agri Inno) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล หัวหน้าศูนย์ฯ ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้.การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานของ Agri Inno ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรับโจทย์และความต้องการจากผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ นำมาบูรณาการกับองค์ความรู้และศักยภาพด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาเป็นงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง.ในการนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับระบบและกลไกการบริหารจัดการผลงานวิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะกระบวนการเชื่อมโยงระหว่าง โจทย์จากผู้ประกอบการ → องค์ความรู้และนักวิจัย → การพัฒนาและทดสอบ → ผลิตภัณฑ์และการใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม.คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะนำแนวทางและองค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานมาวิเคราะห์และ ประยุกต์ใช้เป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ให้เหมาะสมกับบริบทของคณะ โดยเฉพาะการพัฒนากลไกเชิงรุกในการรับและค้นหาโจทย์จากภาคเอกชนและผู้ประกอบการ การจับคู่โจทย์กับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญที่มีศักยภาพ ตลอดจนการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการได้ #EngCMU #CMU #AgriInno #GEEK #ResearchToMarket #Collaboration

Solar Power for Clean Water: วิศวะ มช. เพื่อชุมชนบนพื้นที่สูง

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ และรองศาสตราจารย์ ดร.ภาคภูมิ รักร่วม รองคณบดี พร้อมด้วยคณาจารย์ นักวิจัยจากศูนย์วิจัยนวัตกรรมความยั่งยืนด้านเทคโนโลยีน้ำและน้ำเสีย (Innovative Research Center of Sustainability in Water and Wastewater Technology) สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ และนักวิจัยจากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับผู้แทนจาก Nanyang Technological University ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ตลอดจนองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน นำโดยนายมานิต ยอดนิศามณี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ทดสอบระบบสูบน้ำและกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ณ บ้านหนองมณฑา ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Clean Water Access for NongmonthaVillage, Chiang Mai, Thailand – Implementation and Evaluation” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก Nanyang Technological University ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 ระบบสูบน้ำและกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับการออกแบบเพื่อผลิต กักเก็บ และกระจายน้ำสะอาดสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง ครอบคลุมพื้นที่หย่อมบ้านหนองมณฑาและหย่อมบ้านใหม่ รวมจำนวน 2 ระบบ โดยมุ่งสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดที่ได้มาตรฐานน้ำดื่ม ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อการอนุรักษ์ป่าสงวน ผ่านการกระจายน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่ป่า สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้และอาสาสมัครป้องกันไฟป่า สะท้อนบทบาทของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม งานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้แก้ไขปัญหาจริงของพื้นที่ พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

Franco-Thai Young Talent Research Fellowship Program 2027

1.Program Overview & Eligibility Requirements The Franco-Thai Young Talent Research Fellowship Program aims to jumpstarting the careers of young researchers between Thailand and France by giving them the opportunities to develop promising collaborations with their counterparts.This program supports Thai and French postdoctoral researchers, who are lecturers and researchers in public or private institutions, intending to conduct a research project for a period of two (2) to six (6) months within a laboratory or research center in France (for Thai candidates) or in Thailand (for French candidates). Eligibility All fields of research will be considered, with selection based on the principle of excellence.For the candidates who are currently PhD student, they must complete their PhD by February 2027, prior to their departure to France or Thailand.This program is a joint initiative co-funded by the Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries (PMU-B) in Thailand and the Embassy of France in Thailand. The project proposal in the priority research fields listed below is highly encouraged. It is to support the policies of Thai Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation and French Ministry of Higher Education, Research and Space. Priority Research Fields Fellowship Benefits The reimbursement will be processed on actual expenses and required proof of payment. The unused grant must be returned to PMU-B. Funding Terms 2.Selection Process The selection committee will evaluate applications based on the following criteria: Special consideration will be given to applicants who have secured additional funding for their project and who hold positions as lecturers or researchers in public or private institutions. 3.Timeline Please note : 4. Required Application Documents Applications must include the following documents in order: Optional Supporting Documents Submission Instructions All applications must be submitted as a single PDF file to the following emails: jrfprogram@gmail.com and pmu.b@nxpo.or.th Additionally, applicants must enter their project information into the National Research and Innovation Information…

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-เกาหลี (NRCT-NRF)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมูลนิธิวิจัยแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (The National Research Foundation of Korea, NRF) ได้ตกลงความร่วมมือร่วมกันให้มีการแลกเปลี่ยนนักวิจัยระยะสั้น ภายใต้โครงการความร่วมมือกับต่างประเทศ ไทย–เกาหลี (NRCT-NRF) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัยในประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีผ่านการทำวิจัยร่วมกันของนักวิจัยอันจะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือระหว่างนักวิจัยทั้งสองประเทศ ระยะเวลาในการทำการวิจัย ประมาณ 20-30 วัน และผู้รับทุนต้องอยู่ทำวิจัยในสาธารณรัฐเกาหลีให้ครบกำหนดเวลา โดยมีหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาทำวิจัย คือ นับตั้งแต่วันที่เดินทางออกจากประเทศไทยเป็นวันที่ 1 และนับไปจนกระทั่งสิ้นสุดวันเดินทางออกจากสาธารณรัฐเกาหลีเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาทำวิจัย โดยหมายรวมวันเสาร์และอาทิตย์เข้าไปด้วย และเป็นการนับเฉพาะระยะเวลาที่ทำวิจัยเท่านั้น ลักษณะของทุนและงบประมาณสนับสนุน(1) เป็นทุนให้นักวิจัยไทยเดินทางไปทำวิจัยระยะสั้นร่วมกับนักวิจัยเกาหลีในสาธารณรัฐเกาหลี จำนวนไม่เกิน 3 ทุน(2) เป็นทุนเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม การวิจัย/วิเคราะห์/เก็บข้อมูลวิจัยของโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่ในประเทศไทยแต่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปเก็บ/ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ณ ต่างประเทศและไม่มีงบประมาณสนับสนุน หรือเป็นทุนเพื่อสร้างเครือข่ายการวิจัยร่วมกันระหว่างนักวิจัยไทยและเกาหลี โดยเป็นจุดเริ่มต้นอันจะนำไปสู่การทำวิจัยร่วมกันในอนาคต(3) เป็นทุนที่ต้องมีนักวิจัยร่วมชาวเกาหลี (host) ซึ่งสังกัดหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น และผู้สมัครขอรับทุนจะต้องติดต่อนักวิจัยร่วมชาวเกาหลีด้วยตนเองก่อนยื่นใบสมัคร(4) ฝ่ายไทย วช. เป็นผู้พิจารณาอนุมัติทุนวิจัยแก่นักวิจัยไทย(5) ฝ่ายเกาหลี NRF เป็นผู้พิจารณาอนุมัติทุนวิจัยแก่นักวิจัยเกาหลี(6) การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนนักวิจัยภายใต้โครงการวิจัยร่วมซึ่งอยู่ระหว่างการรับทุน**กรณีนักวิจัยไทย: วช. จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยค่าโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด ไป–กลับ กรุงเทพฯ-สาธารณรัฐเกาหลี ทั้งนี้ กรณีนักวิจัยไทยเดินทางไปประเทศเกาหลี นักวิจัยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าประกันภัยคุ้มครองการเดินทางระหว่างประเทศด้วยตนเอง และ NRF จะสนับสนุนค่ายังชีพและค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในประเทศเกาหลี จำนวน 350,000 วอน/วัน**กรณีนักวิจัยเกาหลี:  NRF จะสนับสนุนค่าโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด ไป-กลับ เกาหลี-กรุงเทพฯ และ วช. จะสนับสนุนค่ายังชีพในประเทศไทยของนักวิจัยเกาหลีผ่านนักวิจัยไทย จำนวน 8,800 บาท/วัน (ได้แก่ ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ)(7) นักวิจัยไทยจะเริ่มดำเนินโครงการโดยการเดินทางไปสาธารณรัฐเกาหลีในช่วงระหว่างเดือนมกราคม – สิงหาคม 2570 (สามารถเลือกช่วงเวลาเดินทางได้ไม่เกิน 20-30 วัน) เปิดรับข้อเสนอการวิจัย ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น.หน่วยงานต้นสังกัดรับรอง ภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมข้อมูลด้านทุนวิจัย : กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม (ภัทรานิษฐ์)โทร 02 561 2445 ต่อ 211 / 02 579 1370-9 ต่อ 211 ข้อมูลด้านระบบ NRIIS : กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโทร 02 579 1370-9 ต่อ 607, 611,612

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ทุนวิจัยและนวัตกรรมภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-ญี่ปุ่น (NRCT-JSPS)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) (National Research Council of Thailand, NRCT) และองค์การส่งเสริมวิชาการแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Society for the Promotion of Science, JSPS) ได้ตกลงให้มีความร่วมมือทางวิชาการตามโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-ญี่ปุ่น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักวิจัยไทยและนักวิจัยญี่ปุ่นได้มีโอกาสทำการวิจัยร่วมกัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การวิจัยในสาขาวิชาการต่างๆ โดยได้เริ่มดำเนินการทุนอุดหนุนการวิจัยร่วม (Joint Research Program) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 (FY2005) เป็นต้นมา ทุนวิจัยและนวัตกรรมภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-ญี่ปุ่น (NRCT-JSPS) ประจำปีงบประมาณ 2570 งบประมาณโครงการละไม่เกิน 650,000 บาท/ปีโดยมีระยะเวลาในการทำการวิจัยตลอดโครงการ 2 – 3 ปี ช่วงเวลารับข้อเสนอการวิจัย 10 กรกฎาคม – 3 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. (หน่วยงานต้นสังกัดรับรองข้อเสนอการวิจัยในระบบ NRIIS ภายในวันที่ 14 กันยายน 2568 เวลา 16.30 น.) การยื่นข้อเสนอฯ ผ่านระบบ NRIIS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม– ข้อมูลด้านทุนวิจัย โทร. 0 2561 2445 ต่อ 204 และ 206 หรือทางอีเมล kanruethai.r@nrct.go.th และ irr@nrct.go.th– ข้อมูลด้านระบบ NRIIS กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโทร. 0 2579 1370 – 9 ต่อ 607, 611, 612– ข้อมูลการยื่นข้อเสนอไปยัง JSPS สำหรับฝ่ายญี่ปุ่น (ภาษาอังกฤษ) ; (ภาษาญี่ปุ่น) ดาวน์โหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

E-SIE Hub วิศวฯ มช. จัดกิจกรรม “E-SIE First Meet 2026” เชื่อมสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดนวัตกรรมระหว่างสมาชิกชมรม

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 – 19.00 น. E-SIE Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม “E-SIE First Meet 2026” ณ ห้อง Co-working space ชั้น 2 อาคาร E-SIE Hub กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดีและอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม กล่าวต้อนรับ พร้อมทั้งแนะนำบทบาทสำคัญของ E-SIE Hub ในการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ (Learning Space) บ่มเพาะทักษะด้านนวัตกรรม และส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการเทคโนโลยีสำหรับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดยมีกิจกรรมละลายพฤติกรรม (Ice Breaking) เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม พร้อมด้วยไฮไลท์สำคัญอย่างกิจกรรม Networking ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนแนวคิด เทรนด์เทคโนโลยี และไอเดียธุรกิจใหม่ๆ ร่วมกัน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของนวัตากรรุ่นใหม่ในรั้ว วิศวฯ มช. สำหรับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่สนใจพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการ หรือต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ไอเดีย สามารถร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ได้ในครั้งต่อไป โดยติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่: Facebook: GEEK: Global Engineering Entrepreneurship and Knowledge Center, CMUIG: E-SIE Hub #ESIEFirstMeet2026 #ESIEHub #วิศวมช #EntaneerCMU #ทีมมช

การสนับสนุนทุนเสนอผลงานวิชาการนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2570

ประชาสัมพันธ์ทุนสนับสนุนเสนอผลงานวิชาการนานาชาติ ระดับบัณฑิตศึกษา และสนับสนุนการเสนอผลงานวิชาการนานาชาติ สำหรับบุคลากรสายวิชาการ ประจำปีงบประมาณ 2570มีช่วงการเดินทาง กำหนดยื่นเอกสารขอรับทุน ดังนี้งวดที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2569 ยื่นภายในวันที่ 30 กันยายน 2569งวดที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2570 ยื่นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569งวดที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2570 ยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570งวดที่ 4 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2570 ยื่นภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยผู้ประสงค์ขอรับการสนับสนุน ดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ที่ บุคลากรสายวิชาการ นักศึกษาบัณฑิตศึกษา *** ไม่ต้องรอหนังสือตอบรับ ***

วิศวฯ มช. จับมือสถาบันพัฒนาบุคลากรฯ พัฒนากำลังคนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถพล สมุทคุปติ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดี และอาจารย์ ดร.อัฐนันต์ วรรณชัย ประธานหลักสูตรสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ให้การต้อนรับคุณมนชยา ศิริกิจ ผู้อำนวยการ พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรจากสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือทางวิชาการ ณ ห้องรับรอง อาคาร E-SIE Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างทั้งสองหน่วยงาน ภายหลังจากคณะผู้บริหารและคณาจารย์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ในการประชุม ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางความร่วมมือในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การพัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill และ Reskill) ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาครัฐ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย นวัตกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ภายหลังการประชุม คณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานได้เยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนการสอนและการวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมบุคลากร และการดำเนินโครงการวิจัยในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี อันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทย และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

(ทุนต่างประเทศ) New Investigator Research Grant: Applicant-led (ทุนวิจัยสำหรับนักวิจัยหน้าใหม่)

🌟UK Science and Research Funding Opportunities – THAILAND June 2026 ✨รัฐบาลสหราชอาณาจักร แจ้งเปิดรับสมัครโครงการทุนวิจัย ทุนฝึกอบรมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ (UK Science and Research Funding Opportunities) ประจำปี 2026 (เดือนมิถุนายน) เพื่อให้นักวิจัยนักวิชาการชาวไทยที่ประสงค์ขอรับทุนหรือร่วมงานวิจัยกับนักวิจัย จากสหราชอาณาจักร ทุน New Investigator Research Grant: Applicant-led (ทุนวิจัยสำหรับนักวิจัยหน้าใหม่) คุณสมบัติเปิดรับนักวิจัยที่กำลังก้าวสู่การเป็นนักวิจัยอิสระ (ยังไม่เคยเป็นหัวหน้าทีมวิจัยหรือได้รับทุนขนาดใหญ่มาก่อน)— นักวิจัยต่างชาติ (รวมถึงไทย) สมัครได้ในฐานะหัวหน้าโครงการร่วมจากต่างประเทศเท่านั้นกรอบวิจัยที่เกี่ยวข้อง: งานวิจัยด้านการแพทย์และชีวการแพทย์ตามขอบเขตของสภาวิจัยทางการแพทย์ รวมถึงนวัตกรรมสุขภาพเชิงเทคโนโลยีระยะเวลาโครงการ: สูงสุด 5 ปี (โดยทั่วไปประมาณ 3 ปี) วันเริ่ม-สิ้นสุดการรับสมัครเปิดรับตลอดเวลา เริ่ม 7 เมษายน 2026 ไม่มีวันปิดรับ วงเงินสนับสนุนไม่จำกัดวงเงิน (สภาวิจัยสนับสนุน 80% ของต้นทุนเต็ม) ประเภททุนทุนความร่วมมือวิจัย (ด้านการแพทย์/ชีวการแพทย์) เอกสารที่เกี่ยวข้อง / ต้องส่ง

(ทุนต่างประเทศ) Darwin Initiative Round 32

🌟UK Science and Research Funding Opportunities – THAILAND June 2026 ✨รัฐบาลสหราชอาณาจักร แจ้งเปิดรับสมัครโครงการทุนวิจัย ทุนฝึกอบรมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ (UK Science and Research Funding Opportunities) ประจำปี 2026 (เดือนมิถุนายน) เพื่อให้นักวิจัยนักวิชาการชาวไทยที่ประสงค์ขอรับทุนหรือร่วมงานวิจัยกับนักวิจัย จากสหราชอาณาจักร ทุน Darwin Initiative Round 32 คุณสมบัติเปิดรับ องค์กร สถาบันวิจัย องค์กรพัฒนาเอกชน หน่วยงานรัฐ และกลุ่มชุมชน ที่ทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศกำลังพัฒนา โดยรอบนี้เน้นพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพสำคัญ 13 แห่ง ใน 35 ประเทศกรอบวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับการลดความยากจนและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนมี 3 รูปแบบให้เลือกตามขนาดและเป้าหมายของโครงการ: 1) แบบ Main (โครงการขนาดกลาง): โครงการอนุรักษ์ที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนและมีแนวโน้มขยายผลต่อได้ — วงเงิน 200,000–1,000,000 ปอนด์ ระยะเวลา 2–5 ปี 2) แบบ Extra (โครงการขนาดใหญ่/ต่อยอด): โครงการที่ต่อยอดจากงานเดิมที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล และมีเส้นทางขยายผลในวงกว้างชัดเจน — วงเงิน 1,000,000–5,000,000 ปอนด์ ระยะเวลา 2–5 ปี 3) แบบ Capability & Capacity (เสริมสร้างศักยภาพองค์กร): ไม่เน้นทำวิจัยอนุรักษ์โดยตรง แต่เน้นพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรท้องถิ่นหรือระดับชาติให้ทำโครงการอนุรักษ์ได้มีประสิทธิภาพขึ้น — วงเงิน 75,000–250,000 ปอนด์ ระยะเวลา 1–3 ปี วันเริ่ม-สิ้นสุดการรับสมัคร วงเงินสนับสนุน ประเภททุนทุนอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและลดความยากจน เอกสารที่เกี่ยวข้อง / ต้องส่ง

(ทุนต่างประเทศ) International Exchanges 2026 (The Royal Society, UK)

🌟UK Science and Research Funding Opportunities – THAILAND June 2026 ✨รัฐบาลสหราชอาณาจักร แจ้งเปิดรับสมัครโครงการทุนวิจัย ทุนฝึกอบรมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ (UK Science and Research Funding Opportunities) ประจำปี 2026 (เดือนมิถุนายน) เพื่อให้นักวิจัยนักวิชาการชาวไทยที่ประสงค์ขอรับทุนหรือร่วมงานวิจัยกับนักวิจัย จากสหราชอาณาจักร ทุน International Exchanges 2026 (The Royal Society, UK) คุณสมบัติ วันเริ่ม-สิ้นสุดการรับสมัคร30 กรกฎาคม 2026 – 24 กันยายน 2026 วงเงินสนับสนุน3,000 ปอนด์ ถึง 12,000 ปอนด์ (ประมาณ 135,000 – 540,000 บาท) ประเภททุนทุนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนและสร้างเครือข่ายวิจัยระหว่างประเทศ เอกสารที่เกี่ยวข้อง / ต้องส่ง

(ทุนต่างประเทศ) Green Future Fellowships – Accelerated International Route (GFF AIR)

🌟UK Science and Research Funding Opportunities – THAILAND June 2026 ✨รัฐบาลสหราชอาณาจักร แจ้งเปิดรับสมัครโครงการทุนวิจัย ทุนฝึกอบรมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ (UK Science and Research Funding Opportunities) ประจำปี 2026 (เดือนมิถุนายน) เพื่อให้นักวิจัยนักวิชาการชาวไทยที่ประสงค์ขอรับทุนหรือร่วมงานวิจัยกับนักวิจัย จากสหราชอาณาจักร ทุน Green Future Fellowships – Accelerated International Route (GFF AIR) คุณสมบัติ วันเริ่ม-สิ้นสุดการรับสมัครเปิดรับแบบ Fast-track ตลอดเวลา (Open Call)ไปจนถึง 27 กันยายน 2570 วงเงินสนับสนุนสูงสุดถึง 3,000,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 135 ล้านบาท) ต่อบุคคล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านวิจัย 100% และได้สิทธิ์ Fast-track วีซ่าดาวเด่น Global Talent ของ UK) ประเภททุนทุนพัฒนานวัตกรรมและวิจัยระดับนานาชาติ (ระยะยาว) เอกสารที่เกี่ยวข้อง / ต้องส่ง

TCELS เปิดรับข้อเสนอโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ (ปีงบประมาณ 2569)

TCELS เปิดรับข้อเสนอโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ (ปีงบประมาณ 2569) ได้เชิญชวนผู้ประกอบการและนักวิจัย ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์ไทยสู่เชิงพาณิชย์ กับทุนสนับสนุนใน 3 แผนงานหลัก ขอบเขตการสนับสนุน (โครงการประเภท Non-RU) ** ยื่นได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 (ไม่เกิน 16.00 น.) (หรือจนกว่างบประมาณจะหมด)

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านเศรษฐกิจและการเกษตร)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P11 ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเพิ่มโอกาส และยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ แผนงานย่อย F10 (S2P11) : เพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ให้พึ่งพาตนเองได้และมีการกระจายรายได้สู่ชุมชน/ท้องถิ่นมากขึ้น แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง • กลุ่มเรื่อง การเพิ่มมูลค่าไม้ผลสู่เกษตรมูลค่าสูง • กลุ่มเรื่อง การเพิ่มมูลค่าไม้ดอกไม้ประดับสู่เกษตรมูลค่าสูง • กลุ่มเรื่อง การเพิ่มมูลค่าพืชผักสู่เกษตรมูลค่าสูง ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขอประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P21 ยกระดับการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา กำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ และนวัตกร ที่มีทักษะสูงให้มีจำนวนมากขึ้น แผนงานย่อย F12 (S4P21) : พัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา กำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ และนวัตกรทุกคนให้มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่จำเป็นควบคู่กับการมีสมรรถนะสูงด้านวิชาชีพและวิชาการ แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานการพัฒนาสมรรถนะและมาตรฐานการวิจัยเพื่องานด้านเกษตรมูลค่าสูง การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านสัตว์เศรษฐกิจ)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านสัตว์เศรษฐกิจ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P16 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N33 (S2P16) : พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม ต้นแบบ และระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบ รวมทั้งการฟื้นฟูและช่วยเหลือในเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม จากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบภัยพิบัติธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อสัตว์เศรษฐกิจ การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (KM))

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (KM) ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P9 พัฒนาสังคมสูงวัยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แผนงานย่อย 14 (S2P9) : ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อรองรับการอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัย แผนงาน P16 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N33 (S2P16): พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม ต้นแบบ และระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบรวมทั้งการฟื้นฟูและช่วยเหลือในเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม จากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ • กลุ่มเรื่อง การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ เชิงชุมชน สังคม • กลุ่มเรื่อง การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ การพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ • กลุ่มเรื่อง การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ เชิงนโยบายสาธารณะ • กลุ่มเรื่อง การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ เชิงความมั่นคง การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge))

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบ ก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P23 พัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรของสถาบัน/ศูนย์วิจัยกับเครือข่ายระดับนานาชาติอย่างเข็มแข็งในวงกว้าง แผนงานย่อยF14 (S4P23) : พัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) แผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนาการเป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม 1. ลงทะเบียนส่งข้อเสนอทุนอุดหนุนกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด2. แนบไฟล์ข้อเสนอทุนอุดหนุนกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมตามแบบฟอร์มที่กำหนด ในรูปแบบ Word และ PDF และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง3. ทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้องสถานะ ในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P15 พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการบริโภคอย่างยั่งยืน และการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N28 (S2P15) : พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน รวมทั้งยกระดับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมเศรษฐกิจสีน้ำเงิน แผนงานย่อย N29 (S2P15) : พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาด้านนิเวศและมลพิษในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งยกระดับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรและของเสียของภาคอุตสาหกรรม แผนงานย่อย N30 (S2P15) : พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาด้านนิเวศ มลพิษ และการยกระดับการใช้ทรัพยากรและวัสดุเหลือใช้ เพื่อการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนในชุมชนและพื้นที่ในภาคเมืองและชุมชน รวมทั้งยกระดับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรม Haze Free Thailand และปัญหา PM2.5      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมการจัดการของเสียให้เป็นศูนย์ แผนงาน P16 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N33 (S2P16) : พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม ต้นแบบ และระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อลดความเสี่ยง และผลกระทบ รวมทั้งการฟื้นฟูและช่วยเหลือในเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม จากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมการบริหารจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบบูรณาการ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการปรับตัวต่อการผันแปรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแผนงาน P11 ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเพิ่มโอกาส และยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่แผนงานย่อย F10 (S2P11) : เพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ให้พึ่งพาตนเองได้และมีการกระจายรายได้สู่ชุมชน/ท้องถิ่นมากขึ้นแผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานยกระดับคุณภาพสังคมด้วยเทคโนโลยีและการวิจัย แผนงาน P14 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อสร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงสวัสดิภาพสาธารณะ โดยใช้ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมแผนงานย่อย N26 (S2P14) : ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสวัสดิภาพสาธารณะแผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนาศักยภาพและความพร้อมของสังคมไทยต่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัลอย่างปลอดภัยและยั่งยืน การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านการรองรับสังคมสูงวัย)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านการรองรับสังคมสูงวัย ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P9 พัฒนาสังคมสูงวัยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แผนงานย่อย F8 (S2P9) : พัฒนาผู้สูงอายุในภาคชนบทและเมืองให้สามารถพึ่งตนเองได้ และเพิ่มพูนศักยภาพ แผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนาผู้สูงอายุในภาคชนบทและเมือง ให้มีศักยภาพในการพึ่งตนเอง มีคุณค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคม แผนงานย่อย N13 (S2P9) : พัฒนานวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมของวัยแรงงานในภาคชนบทและเมืองเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัย แผนงานย่อยรายประเด็น : การอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัย แผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านสังคมและความมั่นคง)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านสังคมและความมั่นคง ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P12 พัฒนานโยบายและต้นแบบสำหรับสังคมคุณธรรม การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล โดยใช้การวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N19 (S2P12) : พัฒนาสังคมคุณธรรม แผนงานย่อยรายประเด็น : พัฒนาสังคมคุณธรรม แผนงานย่อย N20 (S2P12) : เสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน แผนงานย่อยรายประเด็น : เสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน แผนงาน P14 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อสร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสวัสดิภาพสาธารณะในการดำรงชีวิต โดยใช้การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N25 (S2P14) : สังคมไทยไร้ความรุนแรงและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แผนงานย่อยรายประเด็น : สังคมไทยไร้ความรุนแรง แผนงานย่อย N26 (S2P14) : ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและสวัสดิภาพสาธารณะ แผนงานย่อยรายประเด็น : ความปลอดภัยทางถนน แผนงาน P17 พัฒนาและประยุกต์ใช้มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์เพื่อส่งเสริมคุณค่าและความงอกงามของศิลปะและวัฒนธรรมให้เป็น ทุนสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เป็นอารยะอย่างยั่งยืน และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม แผนงานย่อย N35 (S2P12) : วิจัยพื้นฐานด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ แผนงานย่อยรายประเด็น : วิจัยพื้นฐานด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ แผนงานย่อย N37 (S2P12) : วิจัยและพัฒนาสุนทรียภาพและ ความคิดสร้างสรรค์ของด้านศิลปกรรม แผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนาต่อยอดผลงานด้านศิลปกรรม การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ

สทนว. เปิดรับข้อเสนอโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ แผนงานกลุ่มสารสกัดยาความเสี่ยงต่ำยาจากสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ประกาศ สทนว.รับข้อเสนอโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ( แผนงานหลัก : กลุ่มสารสกัด ยาความเสี่ยงต่ำ ยาจากสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) ประจำปีงบประมาณ 2570 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป้าหมายการสนับสนุนทุน– สารสกัดสมุนไพร– ยาความเสี่ยงต่ำที่มีสารสกัดสมุนไพร– ยาจากสมุนไพรที่วิจัยพัฒนา (ข.3)– ยาจากสมุนไพรใหม่ (ข.4)– ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพที่อ้างอิงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ค.3) เวชสำอางสมุนไพร (ค.4)*หมายเหตุ : นิยามอ้างอิงตามพ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562,ประกาศของ อย. และองค์การอนามัยโลก (WHO) สมุนไพรกลุ่มเป้าหมาย  – ขมิ้นชัน  – ไพล  – กระชายดำ  – บัวบก  – ฟ้าทะลายโจร  – กระชาย  – มะขามป้อม  – หญ้าหวาน  – ขิง  – พรมมิ  – ฯลฯ ยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ – กลุ่มนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพร ยาความเสี่ยงต่ำที่มีสารสกัดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร* ที่ขี้นทะเบียนแล้วหรือได้รับการรับรองมาตรฐาน (เช่น ทะเบียน อย. หรือเทียบเท่า) ในการทดสอบตลาดหรือทดสอบ Market Validation ให้มีความพร้อมในการวางจำหน่ายและออกสู่ตลาดได้– ยกระดับกลุ่มนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพร ยาความเสี่ยงต่ำที่มีสารสกัดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร* ที่ขี้นทะเบียนแล้วหรือได้รับการรับรองมาตรฐาน (เช่น ทะเบียน อย. หรือเทียบเท่า) ให้สามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ– การวิจัยในระดับ (ในระดับคลินิก) เพื่อเตรียมการขึ้นทะเบียนหรือขึ้นทะเบียน สารสกัดสมุนไพร ยาความเสี่ยงต่ำที่มีสารสกัดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร* หรือ การวิจัยเพื่อยกระดับการผลิตตามมาตรฐานสากล เช่น GMP เป็นต้น– การจัดทำแนวทางการขึ้นทะเบียนสารสกัดธรรมชาติ/สมุนไพรในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อยกระดับการผลิตตามมาตรฐานสากล ช่องทางการสมัครเปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00 น. หรือจนกว่างบประมาณจะหมดยื่นข้อเสนอผ่านระบบ NRIIS ที่: หรือ www.tcels.or.thFacebook : TILSNA สอบถามเพิ่มเติมหรือดูรายละเอียดได้ที่น.ส. วรรณภรณ์ จันทร์หอม 089-163-6229 wannaporn@tcels.or.thน.ส. สุณิชา ชานวาทิก 094-496-2836 sunicha@tcels.or.th

วิศวฯ มช. ร่วมหารือสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ยกระดับศักยภาพเยาวชนผ่านโครงการ “ช่าง Pitch ปี 2”

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นำโดย ผศ.ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานบริหารงานวิจัยฯ เข้าหารือกับคุณวุฒิชัย แห่วตระกูลปัญญา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน เพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการ “ช่าง Pitch ปี 2” มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเป็นผู้ประกอบการให้แก่เยาวชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน.ในการหารือครั้งนี้ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากโจทย์และปัญหาจริงของสถานประกอบการ รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานได้จริง.นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่านยังได้เสนอแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาและภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงองค์ความรู้ ประสบการณ์จริง และมุมมองจากภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดในระยะยาว.ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนให้มีทักษะและศักยภาพที่สอดคล้องกับโลกอนาคต พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน #วิศวฯมช #EngineerCMU #ช่างPitchปี2 #NanFTI

วิศวฯ มช. ร่วมหารือหอการค้าจังหวัดแพร่ เพิ่มโอกาสเยาวชนสู่โครงการ “ช่าง Pitch ปี 2”

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ผศ.ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าหารือร่วมกับคุณธนายุส สุภณาวรรณ และ สิบเอกกิติศักดิ์ เขื่อนเพชร รองประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยคุณเศกสรรค์ สุวรรณศิลป์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดแพร่ เพื่อสร้างความร่วมมือในการส่งเสริมและขยายโอกาสการมีส่วนร่วมของเยาวชนในโครงการ “ช่าง Pitch ปี 2”.การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อสนับสนุนการส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม การคิดเชิงสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง.นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เสนอแนวทางบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมการเรียนรู้เข้ากับบริบทของชุมชน และส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้จากโจทย์หรือความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงในท้องถิ่น อันจะช่วยให้เกิดการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต.ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายในจังหวัดแพร่ ในการพัฒนาศักยภาพเยาวชน พร้อมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการเติบโตของคนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน #ช่างPitchปี2 #วิศวะมช #EngineerCMU #PhraeChamber