Month July 2026

E-SIE Hub วิศวฯ มช. จัดกิจกรรม “E-SIE First Meet 2026” เชื่อมสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดนวัตกรรมระหว่างสมาชิกชมรม

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 – 19.00 น. E-SIE Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม “E-SIE First Meet 2026” ณ ห้อง Co-working space ชั้น 2 อาคาร E-SIE Hub กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดีและอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม กล่าวต้อนรับ พร้อมทั้งแนะนำบทบาทสำคัญของ E-SIE Hub ในการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ (Learning Space) บ่มเพาะทักษะด้านนวัตกรรม และส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการเทคโนโลยีสำหรับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดยมีกิจกรรมละลายพฤติกรรม (Ice Breaking) เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม พร้อมด้วยไฮไลท์สำคัญอย่างกิจกรรม Networking ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนแนวคิด เทรนด์เทคโนโลยี และไอเดียธุรกิจใหม่ๆ ร่วมกัน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของนวัตากรรุ่นใหม่ในรั้ว วิศวฯ มช. สำหรับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่สนใจพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการ หรือต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ไอเดีย สามารถร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ได้ในครั้งต่อไป โดยติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่: Facebook: GEEK: Global Engineering Entrepreneurship and Knowledge Center, CMUIG: E-SIE Hub #ESIEFirstMeet2026 #ESIEHub #วิศวมช #EntaneerCMU #ทีมมช

วิศวฯ มช. สร้างนวัตกรรม “ผนังอาคารเพาะเลี้ยงสาหร่าย” ดักจับ CO₂ พร้อมเป็นฉนวนชีวภาพลดความร้อนเข้าอาคาร

ทีมอาจารย์นักวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภัสวรรณ วงษ์มงคล ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล พร้อมด้วยผู้ร่วมวิจัย ผศ.ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ และ ผศ.ดร.จีรพร เพกเกาะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนานวัตกรรมนำสาหร่ายขนาดเล็กมาเพาะเลี้ยงในเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพแบบแผ่นเรียบแนวตั้ง (Photobioreactor: PBR) เพื่อติดตั้งเป็นผนังอาคาร โดยนวัตกรรมนี้ทำหน้าที่เป็น “ฉนวนชีวภาพ” ที่ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ควบคู่ไปกับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง เพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.การทดลองนี้มุ่งเปรียบเทียบสาหร่ายทนความร้อนสองสายพันธุ์ ได้แก่ Chlorella sp. AARL G049 และ Leptolyngbya sp. AARL KC45 ภายใต้สภาพแวดล้อมจริงที่อุณหภูมิน้ำอาจสูงถึง 45 องศาเซลเซียส ผลการศึกษาพบว่าสาหร่ายทั้งสองชนิดสามารถทนความร้อนและดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ดีในระดับที่ใกล้เคียงกัน แต่พบว่า Chlorella sp. มีปริมาณคาร์บอนอินทรีย์สูงกว่า Leptolyngbya sp. ถึง 8% ซึ่งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่าในการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์.ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นดังกล่าว ทีมวิจัยจึงมีแผนนำ Chlorella sp. ไปต่อยอดในการทดลองระดับขยายขนาด (Scale-up) เพื่อประยุกต์ใช้กับการกักเก็บคาร์บอนในอาคารจริง อันเป็นก้าวสำคัญสู่การออกแบบผนังอาคารที่ช่วยลดการใช้พลังงานควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนได้ในอนาคต #วิศวฯมช #EntaneerCMU #CarbonCapture #NetZero #GreenInnovation #RiSAO

วิศวฯ มช. จับมือเอกชน พัฒนาเทคโนโลยีการอบแห้งอัจฉริยะ ยกระดับกระบวนการผลิต ‘กระเทียมดำ’ คุณภาพสูง สู่พืชเศรษฐกิจไทยในตลาดโลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ เนียมสอน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล หัวหน้าโครงการวิจัย ร่วมกับ บริษัท นานาฟรุ้ต จำกัด ประสบความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการผลิต “กระเทียมดำ” มูลค่าสูงด้วยตู้อบลมร้อน แก้โจทย์การใช้งานเครื่องจักรนอกฤดูกาล พร้อมการันตีคุณภาพและความปลอดภัยมาตรฐานส่งออก หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและขยายตลาดสู่ประเทศจีน.โครงการนี้เริ่มต้นจากการนำโจทย์จริงจากภาคธุรกิจมาแก้ไข โดยบริษัท นานาฟรุ้ต จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการส่งออกลำไยอบแห้ง มีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานตู้อบลมร้อนที่สามารถใช้งานได้เพียง 3–4 เดือนต่อปีในช่วงฤดูกาลลำไยเท่านั้น ทีมวิจัยจึงได้เข้ามาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปกระเทียมสดให้เป็น “กระเทียมดำ” (Black Garlic) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีมูลค่าสูงและกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน เพื่อให้ทางบริษัทสามารถเดินสายการผลิตและใช้ประโยชน์จากตู้อบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งปี.สำหรับผลผลิตกระเทียมดำที่ได้จากกระบวนการนี้ คิดเป็นร้อยละ 53 ของน้ำหนักกระเทียมสด โดยผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์มีค่าปริมาณน้ำอิสระ (Water Activity) ค่าความหวาน และค่าสี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเทียบเท่ากับกระเทียมดำเกรดพรีเมียมในท้องตลาด ที่สำคัญด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) ตรวจไม่พบเชื้อก่อโรคที่เป็นอันตราย ได้แก่ Escherichia coli, Salmonella spp. และ Staphylococcus aureus ทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อผู้บริโภค 100%.ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและลดต้นทุนแฝงให้กับภาคเอกชนจากการจอดพักเครื่องจักรเท่านั้น แต่ยังเป็นโมเดลสำคัญในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตร ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตกระเทียมให้กับเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ และเปิดประตูสู่โอกาสในตลาดโมเดิร์นเทรดระดับสากลต่อไป วิศวฯมช #EngineerCMU #CMU #นวัตกรรมอาหาร #กระเทียมดำ #RiSAO

การสนับสนุนทุนเสนอผลงานวิชาการนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2570

ประชาสัมพันธ์ทุนสนับสนุนเสนอผลงานวิชาการนานาชาติ ระดับบัณฑิตศึกษา และสนับสนุนการเสนอผลงานวิชาการนานาชาติ สำหรับบุคลากรสายวิชาการ ประจำปีงบประมาณ 2570มีช่วงการเดินทาง กำหนดยื่นเอกสารขอรับทุน ดังนี้งวดที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2569 ยื่นภายในวันที่ 30 กันยายน 2569งวดที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2570 ยื่นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569งวดที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2570 ยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570งวดที่ 4 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2570 ยื่นภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยผู้ประสงค์ขอรับการสนับสนุน ดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ที่ บุคลากรสายวิชาการ นักศึกษาบัณฑิตศึกษา *** ไม่ต้องรอหนังสือตอบรับ ***