Month August 2026

วิศวฯ มช. ถ่ายทอดเทคโนโลยีพัฒนาสระน้ำโดยใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพารา ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.ดร.พีรวัฒน์ ปลาเงิน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา หัวหน้าโครงการ ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงการสร้างสระน้ำต้นแบบเพื่อทดสอบและขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ โดยเน้นให้เกษตรกรและชุมชนสามารถนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว ผลการดำเนินโครงการพบว่า การอบรมสามารถเพิ่มพูนความรู้และทักษะของเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้คอนกรีตผสมน้ำยางพาราได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ได้จริงในพื้นที่ของตนเอง สระน้ำที่ก่อสร้างสามารถกักเก็บน้ำได้ดี ลดการรั่วซึม และมีความทนทานต่อการใช้งานระยะยาว ซึ่งช่วยลดต้นทุนการบำรุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการจัดการน้ำในชุมชน โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ยังส่งเสริมการใช้น้ำยางพาราให้เกิดมูลค่าเพิ่มในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยช่วยสร้างทางเลือกใหม่ในการใช้ยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ให้สามารถนำไปใช้ในงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาสระน้ำต้นแบบยังช่วยลดการพึ่งพาวัสดุสังเคราะห์ เช่น พลาสติก หรือสารเคลือบกันซึมที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.คณะวิศวฯ มช. ได้ทำการส่งมอบสระน้ำต้นแบบโดยใชคอนกรีตผสมน้ำยางพาราให้กับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ โดยมีหัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทา ผู้นำชุมชน และเกษตกร เข้าร่วมการรับมอบสระน้ำคอนกรีตผสมน้ำยางพารา สระน้ำต้นแบบมีปริมาตรการกักเก็บน้ำ 110 ลูกบาศก์เมตร สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพื้นที่แปลงเกษตรกรในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ โดยช่วยเก็บกักน้ำจากฝายทดน้ำของระบบประปาภูเขาเข้ามากักเก็บไว้ในสระน้ำโดยเฉพาะในช่วงหลังฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เกษตรกรรอบๆ สระน้ำสามารถใช้ประโยชน์จากสระน้ำได้ นอกจากนี้สระน้ำต้นแบบที่สร้างขึ้นด้วยคอนกรีตผสมน้ำยางพาราช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการน้ำ ส่งผลให้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ทำให้มีน้ำใช้ตลอดปี, ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง, เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกได้มากขึ้น EngCMU #EngineeringForCommunity #InnovationForCommunity #TechnologyTransfer #CMU #RiSAO

คณะวิศวฯ มช. จับมือ กฟผ. พัฒนาระบบทำความเย็นแอมโมเนียร่วมกับสเลอร์รีน้ำแข็ง หนุนโรงเรือนปลูกพืชเมืองหนาวแนวตั้ง

การปลูกพืชเมืองหนาวในประเทศไทยมีข้อจำกัดสำคัญคือความต้องการอากาศเย็นต่อเนื่อง ซึ่งแลกมาด้วยต้นทุนพลังงานที่สูง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงได้ดำเนินโครงการ “การพัฒนาระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนีย (NH₃) เป็นสารทำงานร่วมกับการกักเก็บความเย็นด้วยสเลอร์รีน้ำแข็งสำหรับโรงเรือนปลูกพืชอุณหภูมิต่ำในแนวตั้ง” ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมทำความเย็น (EGAT Cooling Innovation Fund: CIF) โดยมี รศ.ดร.อรรถกร อาสนคำ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล เป็นหัวหน้าคณะทำงานวิจัย ร่วมกับ ศ.ดร.ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน์ และ รศ.ดร.ธรณิศวร์ ดีทายาท พร้อมคณะทำงานจากทั้งสองหน่วยงาน จุดเด่นของงานวิจัยคือการผสานเทคโนโลยีสามส่วนเข้าด้วยกัน ได้แก่ ระบบทำความเย็นแอมโมเนีย (R717) ขนาด 10 ตันความเย็น ระบบกักเก็บความเย็นในรูปสเลอร์รีน้ำแข็งขนาด 1,000 ลิตร และระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 60 โมดูล (550 Wp) ร่วมกับไฮบริดอินเวอร์เตอร์ 50 kW และแบตเตอรี่ลิเทียม 50 kWh เพื่อป้อนพลังงานให้ระบบเป็นหลักแทนการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่ง ผลการทดสอบพบว่าสารผสมน้ำกับเอทิลีนไกลคอลที่สัดส่วน 8 wt% ให้อัตราการแข็งตัวเร็วที่สุด โดยระบบสามารถผลิตสเลอร์รีน้ำแข็งครบ 1,000 ลิตรได้ภายใน 5 ชั่วโมง มีค่าสัมประสิทธิ์สมรรถนะ (COP) อยู่ระหว่าง 1.5–4.5 ตามอุณหภูมิแตกต่างระหว่างคอนเดนเซอร์และสารผสมในถังกักเก็บ และเมื่อนำความเย็นที่กักเก็บไว้มาใช้ปรับอากาศ สามารถลดอุณหภูมิห้องปลูกพืชแนวตั้งลงได้ถึง 10 องศาเซลเซียส ครอบคลุมช่วงเวลา 18.00–10.00 น. ซึ่งตรงกับความต้องการอากาศเย็นในเวลากลางคืน นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้พัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับทำนายอุณหภูมิสารผสมและกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้ ซึ่งให้ผลสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับการทดสอบจริง ระบบดังกล่าวได้ติดตั้งใช้งานจริง ณ โรงเพาะปลูกพืช ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง และจากการประเมินพบว่า การนำระบบมาใช้ในกระบวนการกระตุ้นตาดอกสตรอเบอร์รีตลอดระยะเวลา 1 ปี สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 22.98 tCO₂eq ต่อปี งานวิจัยนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมทำความเย็นและพลังงานทดแทนมาตอบโจทย์เกษตรกรรมมูลค่าสูง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยเพาะปลูกพืชเมืองหนาวได้กว้างขวางขึ้น ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม CMU Faculty of Engineering and EGAT Develop Ammonia-Based Refrigeration System with Ice-Slurry Storage for Vertical Low-Temperature Farming Growing temperate crops in Thailand demands continuous cold air — and with it, a heavy energy bill. To address this, the Faculty of Engineering, Chiang Mai University, in collaboration with the Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT), has completed the research project “Development of a Refrigeration System Using Ammonia (NH₃) as Refrigerant with Ice-Slurry Coolness Storage for Growing Low-Temperature Plants on a Vertical Farm,” supported by the EGAT Cooling Innovation Fund (CIF). The work was led by Assoc. Prof. Dr. Attakorn Asanakham of the Department of Mechanical Engineering, together with Prof. Dr. Tanongkiat Kiatsiriroat and Assoc. Prof. Dr. Thoranis Deethayat, alongside a joint research team from both organisations. The project’s distinguishing feature is the integration of three technologies into a single system: a 10-ton-of-refrigeration ammonia (R717) unit, a 1,000-litre ice-slurry coolness storage tank, and a solar power system comprising 60 modules of 550 Wp each, paired with a 50 kW hybrid inverter and a 50 kWh lithium battery bank, which supplies the majority of the system’s electricity in place of grid power. Testing showed that a water–ethylene glycol mixture at 8 wt% produced the fastest ice formation, enabling the system to generate…

Franco-Thai Young Talent Research Fellowship Program 2027

1.Program Overview & Eligibility Requirements The Franco-Thai Young Talent Research Fellowship Program aims to jumpstarting the careers of young researchers between Thailand and France by giving them the opportunities to develop promising collaborations with their counterparts.This program supports Thai and French postdoctoral researchers, who are lecturers and researchers in public or private institutions, intending to conduct a research project for a period of two (2) to six (6) months within a laboratory or research center in France (for Thai candidates) or in Thailand (for French candidates). Eligibility All fields of research will be considered, with selection based on the principle of excellence.For the candidates who are currently PhD student, they must complete their PhD by February 2027, prior to their departure to France or Thailand.This program is a joint initiative co-funded by the Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries (PMU-B) in Thailand and the Embassy of France in Thailand. The project proposal in the priority research fields listed below is highly encouraged. It is to support the policies of Thai Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation and French Ministry of Higher Education, Research and Space. Priority Research Fields Fellowship Benefits The reimbursement will be processed on actual expenses and required proof of payment. The unused grant must be returned to PMU-B. Funding Terms 2.Selection Process The selection committee will evaluate applications based on the following criteria: Special consideration will be given to applicants who have secured additional funding for their project and who hold positions as lecturers or researchers in public or private institutions. 3.Timeline Please note : 4. Required Application Documents Applications must include the following documents in order: Optional Supporting Documents Submission Instructions All applications must be submitted as a single PDF file to the following emails: jrfprogram@gmail.com and pmu.b@nxpo.or.th Additionally, applicants must enter their project information into the National Research and Innovation Information…

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-เกาหลี (NRCT-NRF)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมูลนิธิวิจัยแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (The National Research Foundation of Korea, NRF) ได้ตกลงความร่วมมือร่วมกันให้มีการแลกเปลี่ยนนักวิจัยระยะสั้น ภายใต้โครงการความร่วมมือกับต่างประเทศ ไทย–เกาหลี (NRCT-NRF) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัยในประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีผ่านการทำวิจัยร่วมกันของนักวิจัยอันจะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือระหว่างนักวิจัยทั้งสองประเทศ ระยะเวลาในการทำการวิจัย ประมาณ 20-30 วัน และผู้รับทุนต้องอยู่ทำวิจัยในสาธารณรัฐเกาหลีให้ครบกำหนดเวลา โดยมีหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาทำวิจัย คือ นับตั้งแต่วันที่เดินทางออกจากประเทศไทยเป็นวันที่ 1 และนับไปจนกระทั่งสิ้นสุดวันเดินทางออกจากสาธารณรัฐเกาหลีเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาทำวิจัย โดยหมายรวมวันเสาร์และอาทิตย์เข้าไปด้วย และเป็นการนับเฉพาะระยะเวลาที่ทำวิจัยเท่านั้น ลักษณะของทุนและงบประมาณสนับสนุน(1) เป็นทุนให้นักวิจัยไทยเดินทางไปทำวิจัยระยะสั้นร่วมกับนักวิจัยเกาหลีในสาธารณรัฐเกาหลี จำนวนไม่เกิน 3 ทุน(2) เป็นทุนเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม การวิจัย/วิเคราะห์/เก็บข้อมูลวิจัยของโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่ในประเทศไทยแต่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปเก็บ/ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ณ ต่างประเทศและไม่มีงบประมาณสนับสนุน หรือเป็นทุนเพื่อสร้างเครือข่ายการวิจัยร่วมกันระหว่างนักวิจัยไทยและเกาหลี โดยเป็นจุดเริ่มต้นอันจะนำไปสู่การทำวิจัยร่วมกันในอนาคต(3) เป็นทุนที่ต้องมีนักวิจัยร่วมชาวเกาหลี (host) ซึ่งสังกัดหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น และผู้สมัครขอรับทุนจะต้องติดต่อนักวิจัยร่วมชาวเกาหลีด้วยตนเองก่อนยื่นใบสมัคร(4) ฝ่ายไทย วช. เป็นผู้พิจารณาอนุมัติทุนวิจัยแก่นักวิจัยไทย(5) ฝ่ายเกาหลี NRF เป็นผู้พิจารณาอนุมัติทุนวิจัยแก่นักวิจัยเกาหลี(6) การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนนักวิจัยภายใต้โครงการวิจัยร่วมซึ่งอยู่ระหว่างการรับทุน**กรณีนักวิจัยไทย: วช. จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยค่าโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด ไป–กลับ กรุงเทพฯ-สาธารณรัฐเกาหลี ทั้งนี้ กรณีนักวิจัยไทยเดินทางไปประเทศเกาหลี นักวิจัยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าประกันภัยคุ้มครองการเดินทางระหว่างประเทศด้วยตนเอง และ NRF จะสนับสนุนค่ายังชีพและค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในประเทศเกาหลี จำนวน 350,000 วอน/วัน**กรณีนักวิจัยเกาหลี:  NRF จะสนับสนุนค่าโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด ไป-กลับ เกาหลี-กรุงเทพฯ และ วช. จะสนับสนุนค่ายังชีพในประเทศไทยของนักวิจัยเกาหลีผ่านนักวิจัยไทย จำนวน 8,800 บาท/วัน (ได้แก่ ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ)(7) นักวิจัยไทยจะเริ่มดำเนินโครงการโดยการเดินทางไปสาธารณรัฐเกาหลีในช่วงระหว่างเดือนมกราคม – สิงหาคม 2570 (สามารถเลือกช่วงเวลาเดินทางได้ไม่เกิน 20-30 วัน) เปิดรับข้อเสนอการวิจัย ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น.หน่วยงานต้นสังกัดรับรอง ภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมข้อมูลด้านทุนวิจัย : กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม (ภัทรานิษฐ์)โทร 02 561 2445 ต่อ 211 / 02 579 1370-9 ต่อ 211 ข้อมูลด้านระบบ NRIIS : กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโทร 02 579 1370-9 ต่อ 607, 611,612

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ทุนวิจัยและนวัตกรรมภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-ญี่ปุ่น (NRCT-JSPS)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) (National Research Council of Thailand, NRCT) และองค์การส่งเสริมวิชาการแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Society for the Promotion of Science, JSPS) ได้ตกลงให้มีความร่วมมือทางวิชาการตามโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-ญี่ปุ่น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักวิจัยไทยและนักวิจัยญี่ปุ่นได้มีโอกาสทำการวิจัยร่วมกัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การวิจัยในสาขาวิชาการต่างๆ โดยได้เริ่มดำเนินการทุนอุดหนุนการวิจัยร่วม (Joint Research Program) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 (FY2005) เป็นต้นมา ทุนวิจัยและนวัตกรรมภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย-ญี่ปุ่น (NRCT-JSPS) ประจำปีงบประมาณ 2570 งบประมาณโครงการละไม่เกิน 650,000 บาท/ปีโดยมีระยะเวลาในการทำการวิจัยตลอดโครงการ 2 – 3 ปี ช่วงเวลารับข้อเสนอการวิจัย 10 กรกฎาคม – 3 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. (หน่วยงานต้นสังกัดรับรองข้อเสนอการวิจัยในระบบ NRIIS ภายในวันที่ 14 กันยายน 2568 เวลา 16.30 น.) การยื่นข้อเสนอฯ ผ่านระบบ NRIIS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม– ข้อมูลด้านทุนวิจัย โทร. 0 2561 2445 ต่อ 204 และ 206 หรือทางอีเมล kanruethai.r@nrct.go.th และ irr@nrct.go.th– ข้อมูลด้านระบบ NRIIS กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโทร. 0 2579 1370 – 9 ต่อ 607, 611, 612– ข้อมูลการยื่นข้อเสนอไปยัง JSPS สำหรับฝ่ายญี่ปุ่น (ภาษาอังกฤษ) ; (ภาษาญี่ปุ่น) ดาวน์โหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้อง