Month June 2026

วิศวฯ มช. จับมือสถาบันพัฒนาบุคลากรฯ พัฒนากำลังคนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถพล สมุทคุปติ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดี และอาจารย์ ดร.อัฐนันต์ วรรณชัย ประธานหลักสูตรสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ให้การต้อนรับคุณมนชยา ศิริกิจ ผู้อำนวยการ พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรจากสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือทางวิชาการ ณ ห้องรับรอง อาคาร E-SIE Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างทั้งสองหน่วยงาน ภายหลังจากคณะผู้บริหารและคณาจารย์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ในการประชุม ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางความร่วมมือในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การพัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill และ Reskill) ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาครัฐ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย นวัตกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ภายหลังการประชุม คณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานได้เยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนการสอนและการวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมบุคลากร และการดำเนินโครงการวิจัยในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี อันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทย และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

(ทุนต่างประเทศ) New Investigator Research Grant: Applicant-led (ทุนวิจัยสำหรับนักวิจัยหน้าใหม่)

🌟UK Science and Research Funding Opportunities – THAILAND June 2026 ✨รัฐบาลสหราชอาณาจักร แจ้งเปิดรับสมัครโครงการทุนวิจัย ทุนฝึกอบรมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ (UK Science and Research Funding Opportunities) ประจำปี 2026 (เดือนมิถุนายน) เพื่อให้นักวิจัยนักวิชาการชาวไทยที่ประสงค์ขอรับทุนหรือร่วมงานวิจัยกับนักวิจัย จากสหราชอาณาจักร ทุน New Investigator Research Grant: Applicant-led (ทุนวิจัยสำหรับนักวิจัยหน้าใหม่) คุณสมบัติเปิดรับนักวิจัยที่กำลังก้าวสู่การเป็นนักวิจัยอิสระ (ยังไม่เคยเป็นหัวหน้าทีมวิจัยหรือได้รับทุนขนาดใหญ่มาก่อน)— นักวิจัยต่างชาติ (รวมถึงไทย) สมัครได้ในฐานะหัวหน้าโครงการร่วมจากต่างประเทศเท่านั้นกรอบวิจัยที่เกี่ยวข้อง: งานวิจัยด้านการแพทย์และชีวการแพทย์ตามขอบเขตของสภาวิจัยทางการแพทย์ รวมถึงนวัตกรรมสุขภาพเชิงเทคโนโลยีระยะเวลาโครงการ: สูงสุด 5 ปี (โดยทั่วไปประมาณ 3 ปี) วันเริ่ม-สิ้นสุดการรับสมัครเปิดรับตลอดเวลา เริ่ม 7 เมษายน 2026 ไม่มีวันปิดรับ วงเงินสนับสนุนไม่จำกัดวงเงิน (สภาวิจัยสนับสนุน 80% ของต้นทุนเต็ม) ประเภททุนทุนความร่วมมือวิจัย (ด้านการแพทย์/ชีวการแพทย์) เอกสารที่เกี่ยวข้อง / ต้องส่ง

(ทุนต่างประเทศ) Darwin Initiative Round 32

🌟UK Science and Research Funding Opportunities – THAILAND June 2026 ✨รัฐบาลสหราชอาณาจักร แจ้งเปิดรับสมัครโครงการทุนวิจัย ทุนฝึกอบรมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ (UK Science and Research Funding Opportunities) ประจำปี 2026 (เดือนมิถุนายน) เพื่อให้นักวิจัยนักวิชาการชาวไทยที่ประสงค์ขอรับทุนหรือร่วมงานวิจัยกับนักวิจัย จากสหราชอาณาจักร ทุน Darwin Initiative Round 32 คุณสมบัติเปิดรับ องค์กร สถาบันวิจัย องค์กรพัฒนาเอกชน หน่วยงานรัฐ และกลุ่มชุมชน ที่ทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศกำลังพัฒนา โดยรอบนี้เน้นพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพสำคัญ 13 แห่ง ใน 35 ประเทศกรอบวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับการลดความยากจนและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนมี 3 รูปแบบให้เลือกตามขนาดและเป้าหมายของโครงการ: 1) แบบ Main (โครงการขนาดกลาง): โครงการอนุรักษ์ที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนและมีแนวโน้มขยายผลต่อได้ — วงเงิน 200,000–1,000,000 ปอนด์ ระยะเวลา 2–5 ปี 2) แบบ Extra (โครงการขนาดใหญ่/ต่อยอด): โครงการที่ต่อยอดจากงานเดิมที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล และมีเส้นทางขยายผลในวงกว้างชัดเจน — วงเงิน 1,000,000–5,000,000 ปอนด์ ระยะเวลา 2–5 ปี 3) แบบ Capability & Capacity (เสริมสร้างศักยภาพองค์กร): ไม่เน้นทำวิจัยอนุรักษ์โดยตรง แต่เน้นพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรท้องถิ่นหรือระดับชาติให้ทำโครงการอนุรักษ์ได้มีประสิทธิภาพขึ้น — วงเงิน 75,000–250,000 ปอนด์ ระยะเวลา 1–3 ปี วันเริ่ม-สิ้นสุดการรับสมัคร วงเงินสนับสนุน ประเภททุนทุนอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและลดความยากจน เอกสารที่เกี่ยวข้อง / ต้องส่ง

(ทุนต่างประเทศ) International Exchanges 2026 (The Royal Society, UK)

🌟UK Science and Research Funding Opportunities – THAILAND June 2026 ✨รัฐบาลสหราชอาณาจักร แจ้งเปิดรับสมัครโครงการทุนวิจัย ทุนฝึกอบรมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ (UK Science and Research Funding Opportunities) ประจำปี 2026 (เดือนมิถุนายน) เพื่อให้นักวิจัยนักวิชาการชาวไทยที่ประสงค์ขอรับทุนหรือร่วมงานวิจัยกับนักวิจัย จากสหราชอาณาจักร ทุน International Exchanges 2026 (The Royal Society, UK) คุณสมบัติ วันเริ่ม-สิ้นสุดการรับสมัคร30 กรกฎาคม 2026 – 24 กันยายน 2026 วงเงินสนับสนุน3,000 ปอนด์ ถึง 12,000 ปอนด์ (ประมาณ 135,000 – 540,000 บาท) ประเภททุนทุนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนและสร้างเครือข่ายวิจัยระหว่างประเทศ เอกสารที่เกี่ยวข้อง / ต้องส่ง

(ทุนต่างประเทศ) Green Future Fellowships – Accelerated International Route (GFF AIR)

🌟UK Science and Research Funding Opportunities – THAILAND June 2026 ✨รัฐบาลสหราชอาณาจักร แจ้งเปิดรับสมัครโครงการทุนวิจัย ทุนฝึกอบรมและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ (UK Science and Research Funding Opportunities) ประจำปี 2026 (เดือนมิถุนายน) เพื่อให้นักวิจัยนักวิชาการชาวไทยที่ประสงค์ขอรับทุนหรือร่วมงานวิจัยกับนักวิจัย จากสหราชอาณาจักร ทุน Green Future Fellowships – Accelerated International Route (GFF AIR) คุณสมบัติ วันเริ่ม-สิ้นสุดการรับสมัครเปิดรับแบบ Fast-track ตลอดเวลา (Open Call)ไปจนถึง 27 กันยายน 2570 วงเงินสนับสนุนสูงสุดถึง 3,000,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 135 ล้านบาท) ต่อบุคคล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านวิจัย 100% และได้สิทธิ์ Fast-track วีซ่าดาวเด่น Global Talent ของ UK) ประเภททุนทุนพัฒนานวัตกรรมและวิจัยระดับนานาชาติ (ระยะยาว) เอกสารที่เกี่ยวข้อง / ต้องส่ง

อาจารย์วิศวฯ มช. พัฒนา “เปลือกเชอร์รี่กาแฟเหลือทิ้ง” เป็นผลไม้แช่อิ่มอบกึ่งแห้งต้านอนุมูลอิสระ

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ได้รับอนุสิทธิบัตรเลขที่ 28178 เรื่อง “กรรมวิธีการผลิตเชอร์รี่กาแฟแช่อิ่มอบกึ่งแห้งจากเปลือกเชอร์รี่กาแฟ” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วัสสนัย วรรธนัจฉริยา เป็นผู้ประดิษฐ์ ผลงานนี้เป็นการนำเปลือกเชอร์รี่กาแฟซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการแปรรูปกาแฟมาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน.การประดิษฐ์นี้ตอบโจทย์ปัญหาเปลือกเชอร์รี่กาแฟ (Coffee Pulp) ที่เหลือจากการแปรรูปกาแฟแบบเปียก ซึ่งในชุมชนปลูกกาแฟมีปริมาณสะสม คณะผู้ประดิษฐ์จึงได้พัฒนากรรมวิธีนำเปลือกเชอร์รี่กาแฟมาแช่อิ่มในสารละลายที่ประกอบด้วยไฮโดรคอลลอยด์ ตามด้วยสารละลายแช่อิ่มเข้มข้น แล้วนำไปอบแห้งด้วยเครื่องอบลมร้อน ได้ผลิตภัณฑ์ลักษณะผลไม้แช่อิ่มกึ่งแห้ง ผลการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (วัดด้วยวิธี DPPH) ใกล้เคียงกับผลไม้แช่อิ่มที่จำหน่ายในท้องตลาด.ผลงานนี้เป็นแนวทางการเพิ่มมูลค่าให้กับเปลือกเชอร์รี่กาแฟซึ่งเป็นวัสดุเหลือจากการผลิตกาแฟ ช่วยลดปริมาณของเหลือทิ้งในชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่า อันจะเปิดโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มให้กับชุมชนผู้ปลูกกาแฟต่อไป #วิศวมช #CMUEngineering #ZeroWaste #เปลือกเชอร์รี่กาแฟ #นวัตกรรมอาหาร #RiSAO

วิศวฯ มช. ผนึก กฟผ. คว้าอนุสิทธิบัตร “RTK-LANDMOS®” ระบบเฝ้าระวังดินถล่มแบบเรียลไทม์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ ได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเลขที่ 28020 ผลงาน “ระบบการเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของมวลดินด้วยเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกแบบจลน์ในทันที” หรือ RTK-LANDMOS® โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.พุทธิพล ดำรงชัย อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา เป็นผู้ร่วมประดิษฐ์.RTK-LANDMOS® เป็นระบบเฝ้าระวังดินถล่มที่นำเทคโนโลยีการรังวัดดาวเทียมแบบจลน์ในทันที มาประยุกต์ใช้ตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดินทั้งแนวราบและแนวดิ่งได้อย่างต่อเนื่อง แม่นยำสูง และแจ้งเตือนได้ทันที ระบบประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน คือ เครื่องรับสัญญาณ GNSS ที่ติดตั้งในพื้นที่เสี่ยง หน่วยประมวลผลข้อมูล หน่วยสื่อสารข้อมูล และสถานีฐานอ้างอิงความถูกต้องสูง โดยรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย 4G/5G เป็นหลัก และมีเครือข่ายพลังงานต่ำ (LPWAN) เช่น Zigbee และ LoRaWAN เป็นระบบสำรอง ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและการแจ้งเตือนผ่านเว็บแอปพลิเคชันในรูปแบบแดชบอร์ดได้ทุกที่ทุกเวลา.นวัตกรรมนี้ตอบโจทย์ปัญหาดินถล่มซึ่งเป็นภัยพิบัติที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่เชิงเขาและพื้นที่เสี่ยง รวมถึงพื้นที่ทำเหมืองแบบเปิด โดยจุดเด่นคือออกแบบให้บำรุงรักษาง่าย ไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเกินความจำเป็น ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพความร่วมมือระหว่างภาคพลังงานและสถาบันการศึกษาในการสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม #วิศวมช #CMUEngineering #กฟผ #RTKLANDMOS #นวัตกรรมเพื่อสังคม #RiSAO

อาจารย์วิศวฯ มช. พลิกวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร สู่ “ผ้าก๊อซปฏิชีวนะ” นวัตกรรมลดความเสี่ยงการติดเชื้อและรอยแผลเป็น

🚀 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐพล ปิ่นนราทิพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และสถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้วิจัย พัฒนาต้นแบบผ้าก๊อซต้านเชื้อแบคทีเรีย ผลงาน “ผ้าก๊อซปฏิชีวนะจากวัสดุเหลือทิ้งทางเกษตร” (Antibiotic Gauze from Agriculture Waste).วัสดุต้นแบบดังกล่าวใช้สารเคลือบชีวภาพที่ทำจากไคโตซาน ซึ่งสกัดได้จากแกนปลาหมึก เปลือกกุ้ง และเปลือกปู ผสานกับกรดคาเฟอิกที่ได้จากวัสดุเหลือทิ้งในกระบวนการแปรรูปเมล็ดกาแฟ เมื่อนำสารทั้งสองชนิดมาทำปฏิกิริยาเชื่อมพันธะกัน จะได้เป็นฟิล์มบางที่ยึดเกาะเส้นใยผ้าก๊อซได้ดี และสามารถค่อย ๆ ปล่อยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ในปริมาณที่ควบคุมได้ โดยอาศัยกระบวนการออกซิเดชัน ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการยืนยันว่า ผ้าก๊อซชนิดนี้สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ ไม่แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนัง และมีคุณสมบัติดูดซับของเหลวได้ดี ทั้งนี้ จากการเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นในตลาด ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าเป็นวัสดุที่เหมาะสมสำหรับการปิดแผลศัลยกรรม โดยตั้งเป้าให้เกิดรอยแผลเป็นหลังผ่าตัดน้อยที่สุด ขณะนี้เทคโนโลยีอยู่ในระหว่างยื่นรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา.ผลงานชิ้นนี้เป็นการเปลี่ยนของเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่มีมูลค่า โดยทีมวิจัยวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบให้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO13485, ISO10993 และการจัดการความเสี่ยงตาม ISO14971 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทย และมีแผนจัดตั้งบริษัทเพื่อนำผลิตภัณฑ์ออกสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคต สะท้อนถึงศักยภาพของนักวิจัย มช. ที่ตอบโจทย์ทั้งการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งอย่างยั่งยืน CMUEngineering #วิศวะมช #ENGResearch #InnovationCMU #BiomedicalEngineering #MedicalInnovation #RiSAO

TCELS เปิดรับข้อเสนอโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ (ปีงบประมาณ 2569)

TCELS เปิดรับข้อเสนอโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ (ปีงบประมาณ 2569) ได้เชิญชวนผู้ประกอบการและนักวิจัย ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์ไทยสู่เชิงพาณิชย์ กับทุนสนับสนุนใน 3 แผนงานหลัก ขอบเขตการสนับสนุน (โครงการประเภท Non-RU) ** ยื่นได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 (ไม่เกิน 16.00 น.) (หรือจนกว่างบประมาณจะหมด)

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านเศรษฐกิจและการเกษตร)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P11 ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเพิ่มโอกาส และยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ แผนงานย่อย F10 (S2P11) : เพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ให้พึ่งพาตนเองได้และมีการกระจายรายได้สู่ชุมชน/ท้องถิ่นมากขึ้น แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง • กลุ่มเรื่อง การเพิ่มมูลค่าไม้ผลสู่เกษตรมูลค่าสูง • กลุ่มเรื่อง การเพิ่มมูลค่าไม้ดอกไม้ประดับสู่เกษตรมูลค่าสูง • กลุ่มเรื่อง การเพิ่มมูลค่าพืชผักสู่เกษตรมูลค่าสูง ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขอประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P21 ยกระดับการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา กำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ และนวัตกร ที่มีทักษะสูงให้มีจำนวนมากขึ้น แผนงานย่อย F12 (S4P21) : พัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา กำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ และนวัตกรทุกคนให้มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่จำเป็นควบคู่กับการมีสมรรถนะสูงด้านวิชาชีพและวิชาการ แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานการพัฒนาสมรรถนะและมาตรฐานการวิจัยเพื่องานด้านเกษตรมูลค่าสูง การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านสัตว์เศรษฐกิจ)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านสัตว์เศรษฐกิจ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P16 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N33 (S2P16) : พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม ต้นแบบ และระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบ รวมทั้งการฟื้นฟูและช่วยเหลือในเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม จากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบภัยพิบัติธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อสัตว์เศรษฐกิจ การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (KM))

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (KM) ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P9 พัฒนาสังคมสูงวัยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แผนงานย่อย 14 (S2P9) : ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อรองรับการอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัย แผนงาน P16 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N33 (S2P16): พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม ต้นแบบ และระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบรวมทั้งการฟื้นฟูและช่วยเหลือในเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม จากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ • กลุ่มเรื่อง การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ เชิงชุมชน สังคม • กลุ่มเรื่อง การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ การพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ • กลุ่มเรื่อง การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ เชิงนโยบายสาธารณะ • กลุ่มเรื่อง การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ เชิงความมั่นคง การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge))

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบ ก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P23 พัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรของสถาบัน/ศูนย์วิจัยกับเครือข่ายระดับนานาชาติอย่างเข็มแข็งในวงกว้าง แผนงานย่อยF14 (S4P23) : พัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) แผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนาการเป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม 1. ลงทะเบียนส่งข้อเสนอทุนอุดหนุนกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด2. แนบไฟล์ข้อเสนอทุนอุดหนุนกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมตามแบบฟอร์มที่กำหนด ในรูปแบบ Word และ PDF และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง3. ทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้องสถานะ ในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P15 พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการบริโภคอย่างยั่งยืน และการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N28 (S2P15) : พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน รวมทั้งยกระดับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมเศรษฐกิจสีน้ำเงิน แผนงานย่อย N29 (S2P15) : พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาด้านนิเวศและมลพิษในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งยกระดับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรและของเสียของภาคอุตสาหกรรม แผนงานย่อย N30 (S2P15) : พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาด้านนิเวศ มลพิษ และการยกระดับการใช้ทรัพยากรและวัสดุเหลือใช้ เพื่อการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนในชุมชนและพื้นที่ในภาคเมืองและชุมชน รวมทั้งยกระดับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรม Haze Free Thailand และปัญหา PM2.5      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมการจัดการของเสียให้เป็นศูนย์ แผนงาน P16 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N33 (S2P16) : พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม ต้นแบบ และระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อลดความเสี่ยง และผลกระทบ รวมทั้งการฟื้นฟูและช่วยเหลือในเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม จากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมการบริหารจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบบูรณาการ      แผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการปรับตัวต่อการผันแปรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแผนงาน P11 ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเพิ่มโอกาส และยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่แผนงานย่อย F10 (S2P11) : เพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ให้พึ่งพาตนเองได้และมีการกระจายรายได้สู่ชุมชน/ท้องถิ่นมากขึ้นแผนงานย่อยรายประเด็น : แผนงานยกระดับคุณภาพสังคมด้วยเทคโนโลยีและการวิจัย แผนงาน P14 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อสร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงสวัสดิภาพสาธารณะ โดยใช้ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมแผนงานย่อย N26 (S2P14) : ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสวัสดิภาพสาธารณะแผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนาศักยภาพและความพร้อมของสังคมไทยต่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัลอย่างปลอดภัยและยั่งยืน การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านการรองรับสังคมสูงวัย)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านการรองรับสังคมสูงวัย ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P9 พัฒนาสังคมสูงวัยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แผนงานย่อย F8 (S2P9) : พัฒนาผู้สูงอายุในภาคชนบทและเมืองให้สามารถพึ่งตนเองได้ และเพิ่มพูนศักยภาพ แผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนาผู้สูงอายุในภาคชนบทและเมือง ให้มีศักยภาพในการพึ่งตนเอง มีคุณค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคม แผนงานย่อย N13 (S2P9) : พัฒนานวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมของวัยแรงงานในภาคชนบทและเมืองเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัย แผนงานย่อยรายประเด็น : การอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัย แผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ 

วช. ประกาศรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 (ด้านสังคมและความมั่นคง)

ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของ วช. เป็นไปตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ จึงได้กำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570 ด้านสังคมและความมั่นคง ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทาย และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แผนงาน P12 พัฒนานโยบายและต้นแบบสำหรับสังคมคุณธรรม การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล โดยใช้การวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N19 (S2P12) : พัฒนาสังคมคุณธรรม แผนงานย่อยรายประเด็น : พัฒนาสังคมคุณธรรม แผนงานย่อย N20 (S2P12) : เสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน แผนงานย่อยรายประเด็น : เสริมสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน แผนงาน P14 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อสร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสวัสดิภาพสาธารณะในการดำรงชีวิต โดยใช้การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม แผนงานย่อย N25 (S2P14) : สังคมไทยไร้ความรุนแรงและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แผนงานย่อยรายประเด็น : สังคมไทยไร้ความรุนแรง แผนงานย่อย N26 (S2P14) : ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและสวัสดิภาพสาธารณะ แผนงานย่อยรายประเด็น : ความปลอดภัยทางถนน แผนงาน P17 พัฒนาและประยุกต์ใช้มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์เพื่อส่งเสริมคุณค่าและความงอกงามของศิลปะและวัฒนธรรมให้เป็น ทุนสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เป็นอารยะอย่างยั่งยืน และปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม แผนงานย่อย N35 (S2P12) : วิจัยพื้นฐานด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ แผนงานย่อยรายประเด็น : วิจัยพื้นฐานด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ แผนงานย่อย N37 (S2P12) : วิจัยและพัฒนาสุนทรียภาพและ ความคิดสร้างสรรค์ของด้านศิลปกรรม แผนงานย่อยรายประเด็น : การพัฒนาต่อยอดผลงานด้านศิลปกรรม การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์  โดยเลือก กลุ่มเรื่องประเด็น/หัวข้อการวิจัย ที่ต้องการรับทุน โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ วช. กำหนด และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำการ “ยืนยัน” การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมให้สมบูรณ์ หากดำเนินการถูกต้อง สถานะในระบบ NRIIS จะเป็น “แหล่งทุนได้รับข้อเสนอโครงการเรียบร้อยแล้ว” การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นทางเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ

สทนว. เปิดรับข้อเสนอโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ แผนงานกลุ่มสารสกัดยาความเสี่ยงต่ำยาจากสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ประกาศ สทนว.รับข้อเสนอโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ( แผนงานหลัก : กลุ่มสารสกัด ยาความเสี่ยงต่ำ ยาจากสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) ประจำปีงบประมาณ 2570 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป้าหมายการสนับสนุนทุน– สารสกัดสมุนไพร– ยาความเสี่ยงต่ำที่มีสารสกัดสมุนไพร– ยาจากสมุนไพรที่วิจัยพัฒนา (ข.3)– ยาจากสมุนไพรใหม่ (ข.4)– ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพที่อ้างอิงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ค.3) เวชสำอางสมุนไพร (ค.4)*หมายเหตุ : นิยามอ้างอิงตามพ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562,ประกาศของ อย. และองค์การอนามัยโลก (WHO) สมุนไพรกลุ่มเป้าหมาย  – ขมิ้นชัน  – ไพล  – กระชายดำ  – บัวบก  – ฟ้าทะลายโจร  – กระชาย  – มะขามป้อม  – หญ้าหวาน  – ขิง  – พรมมิ  – ฯลฯ ยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ – กลุ่มนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพร ยาความเสี่ยงต่ำที่มีสารสกัดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร* ที่ขี้นทะเบียนแล้วหรือได้รับการรับรองมาตรฐาน (เช่น ทะเบียน อย. หรือเทียบเท่า) ในการทดสอบตลาดหรือทดสอบ Market Validation ให้มีความพร้อมในการวางจำหน่ายและออกสู่ตลาดได้– ยกระดับกลุ่มนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพร ยาความเสี่ยงต่ำที่มีสารสกัดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร* ที่ขี้นทะเบียนแล้วหรือได้รับการรับรองมาตรฐาน (เช่น ทะเบียน อย. หรือเทียบเท่า) ให้สามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ– การวิจัยในระดับ (ในระดับคลินิก) เพื่อเตรียมการขึ้นทะเบียนหรือขึ้นทะเบียน สารสกัดสมุนไพร ยาความเสี่ยงต่ำที่มีสารสกัดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร* หรือ การวิจัยเพื่อยกระดับการผลิตตามมาตรฐานสากล เช่น GMP เป็นต้น– การจัดทำแนวทางการขึ้นทะเบียนสารสกัดธรรมชาติ/สมุนไพรในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อยกระดับการผลิตตามมาตรฐานสากล ช่องทางการสมัครเปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00 น. หรือจนกว่างบประมาณจะหมดยื่นข้อเสนอผ่านระบบ NRIIS ที่: หรือ www.tcels.or.thFacebook : TILSNA สอบถามเพิ่มเติมหรือดูรายละเอียดได้ที่น.ส. วรรณภรณ์ จันทร์หอม 089-163-6229 wannaporn@tcels.or.thน.ส. สุณิชา ชานวาทิก 094-496-2836 sunicha@tcels.or.th

วิศวฯ มช. ร่วมหารือสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ยกระดับศักยภาพเยาวชนผ่านโครงการ “ช่าง Pitch ปี 2”

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นำโดย ผศ.ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานบริหารงานวิจัยฯ เข้าหารือกับคุณวุฒิชัย แห่วตระกูลปัญญา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน เพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการ “ช่าง Pitch ปี 2” มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเป็นผู้ประกอบการให้แก่เยาวชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน.ในการหารือครั้งนี้ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากโจทย์และปัญหาจริงของสถานประกอบการ รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานได้จริง.นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่านยังได้เสนอแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาและภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงองค์ความรู้ ประสบการณ์จริง และมุมมองจากภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดในระยะยาว.ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนให้มีทักษะและศักยภาพที่สอดคล้องกับโลกอนาคต พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน #วิศวฯมช #EngineerCMU #ช่างPitchปี2 #NanFTI

วิศวฯ มช. ร่วมหารือหอการค้าจังหวัดแพร่ เพิ่มโอกาสเยาวชนสู่โครงการ “ช่าง Pitch ปี 2”

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ผศ.ดร.นรพนธ์ วิเชียรสาร ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าหารือร่วมกับคุณธนายุส สุภณาวรรณ และ สิบเอกกิติศักดิ์ เขื่อนเพชร รองประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยคุณเศกสรรค์ สุวรรณศิลป์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดแพร่ เพื่อสร้างความร่วมมือในการส่งเสริมและขยายโอกาสการมีส่วนร่วมของเยาวชนในโครงการ “ช่าง Pitch ปี 2”.การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อสนับสนุนการส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม การคิดเชิงสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง.นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เสนอแนวทางบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมการเรียนรู้เข้ากับบริบทของชุมชน และส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้จากโจทย์หรือความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงในท้องถิ่น อันจะช่วยให้เกิดการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต.ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายในจังหวัดแพร่ ในการพัฒนาศักยภาพเยาวชน พร้อมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการเติบโตของคนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน #ช่างPitchปี2 #วิศวะมช #EngineerCMU #PhraeChamber

อาจารย์วิศวฯ มช. พัฒนานวัตกรรมคัดแยกเซลล์อสุจิด้วยชิปจุลภาค คว้าอนุสิทธิบัตร หนุนเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

ภาวะมีบุตรยากมักมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพและการเคลื่อนไหวของเซลล์อสุจิที่ต่ำลง ในขณะที่เทคโนโลยีคัดแยกแบบเดิมอย่างเครื่องโฟลว์ไซโตมิเตอร์ (Flow cytometer) จำเป็นต้องใช้ความเร็วและแรงดันสูง ซึ่งก่อให้เกิดความเครียดและอาจทำลายเซลล์ให้เสียหายได้ เพื่อแก้ปัญหานี้ ทีมวิจัยนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.คมกฤต เล็กสกุล อาจารย์สังกัดภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาลิณี พิพัฒนพิภพ อาจารย์สังกัดศูนย์การศึกษาสหวิทยาการสาขา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้างสรรค์ “อุปกรณ์ตรวจนับและคัดแยกเซลล์อสุจิด้วยระบบของไหลจุลภาค”.หัวใจสำคัญของผลงานนี้คือทีมวิจัยได้พัฒนาระบบการทำงาน 4 ขั้นตอนรวมไว้บนอุปกรณ์เดียว โดยอาศัยเทคโนโลยีห้องปฏิบัติการบนชิป (Lab on a chip) ระบบจะเริ่มต้นจากการคัดกรองเฉพาะเซลล์อสุจิที่ยังมีชีวิตและแข็งแรงเข้าสู่กระบวนการ จากนั้นจะตรวจจับและนับจำนวนเซลล์ตามเวลาจริง ก่อนจะใช้สนามไฟฟ้าร่วมกับโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ถูกติดฉลากด้วยอนุภาคแม่เหล็กเพื่อคัดแยกเพศเซลล์อสุจิ (โครโมโซม X และ Y) ออกจากกันอย่างแม่นยำ และจัดเก็บเซลล์อสุจิแบบแยกเพศในขั้นตอนสุดท้าย.นวัตกรรมนี้ช่วยให้ทีมแพทย์ได้เซลล์อสุจิคุณภาพสูงที่ยังคงความแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมนำไปใช้ต่อในกระบวนการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) การพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สามารถยกระดับความแม่นยำและแก้ข้อบกพร่องของเทคนิคการคัดแยกแบบเดิมได้อย่างเป็นรูปธรรม

อาจารย์คณะวิศวฯ มช. คว้าอนุสิทธิบัตร นวัตกรรมแปรรูปเชอร์รี่กาแฟเป็นอาหารหมักเพื่อสุขภาพ

รศ.ดร.วัสสนัย วรรธนัจฉริยา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ พร้อมคณะผู้ประดิษฐ์ ได้รับการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเลขที่ 27947 ในผลงาน “กรรมวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารด้วยการหมักเชอร์รี่กาแฟด้วยเชื้อยีสต์และแบคทีเรียกรดแลกติก” ผลงานนี้พัฒนากรรมวิธีนำเชอร์รี่กาแฟ (Coffee Pulp) ซึ่งเป็นเปลือกผลกาแฟที่เหลือจากกระบวนการแปรรูปเมล็ดกาแฟแบบเปียก มาหมักด้วยเชื้อยีสต์ร่วมกับแบคทีเรียกรดแลกติก เพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ จุดเด่นอยู่ที่การยกระดับคุณค่าเชิงสุขภาพอย่างวัดผลได้ เมื่อหมักนาน 7 วัน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ปริมาณน้ำตาลซูโครสลดลงจากกว่า 33 กรัมต่อลิตร เหลือเพียง 2 กรัมต่อลิตร พร้อมเกิดกรดแลกติกและกรดแอซิติกที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้ผลิตภัณฑ์ที่หวานน้อยลงแต่อุดมด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ มีศักยภาพต่อยอดเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารหมักสายโพรไบโอติก นวัตกรรมนี้ไม่เพียงเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนผู้ปลูกกาแฟ แต่ยังเปิดโอกาสสร้างรายได้ใหม่ทางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตอกย้ำบทบาทของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง

วิศวฯ มช. จัดงาน “วันนักวิจัยพบนักวิจัย 2569” ภายใต้แนวคิด “Nexus SDGs” เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “วันนักวิจัยพบนักวิจัย ประจำปี 2569” ภายใต้หัวข้อ “Nexus SDGs: เชื่อมโยงงานวิจัย ขับเคลื่อนเป้าหมายโลก” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมการบูรณาการงานวิจัยสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ อาคาร SMC Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากคณบดี รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย ฟองสมุทร กล่าวต้อนรับและเปิดกิจกรรม ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงาน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัยที่เชื่อมโยงสู่การสร้างผลกระทบต่อสังคมและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เริ่มจาก ศาสตราจารย์ ดร.อภินภัส รุจิวัตร์ และ นางสาวปัณฑารีย์ แสนพรหม จาก สำนักงานบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยายในหัวข้อ “Research to Impact: เชื่อมงานวิจัยสู่ SDGs” ถ่ายทอดแนวคิดและแนวทางการผลักดันผลงานวิจัยจากองค์ความรู้สู่การสร้างผลกระทบเชิงรูปธรรมในระดับมหาวิทยาลัย ชุมชน และสังคม. จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษโดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU-CCDC) ในหัวข้อ “รู้รับ ปรับตัว ภัยโลกเดือด” ซึ่งสะท้อนบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมนำเสนอแนวทางการปรับตัวของภาคประชาชน ชุมชน และองค์กร ผ่านตัวอย่างนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของสังคมไทยต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศในอนาคต. ปิดท้ายด้วยการบรรยายโดย ดร.ศิรสิทธิ์ ศรีนวลปาน จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหัวข้อ “แรงบันดาลใจด้านวิจัยในโลกยุคใหม่” ที่ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานวิจัย แนวคิดการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ และมุมมองต่อบทบาทของนักวิจัยรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนสังคมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม. การจัดกิจกรรม “วันนักวิจัยพบนักวิจัย ประจำปี 2569” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ และส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคมและโลกในปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติต่อไป #วิศวะมช #NexusSDGs #วันนักวิจัย2569 #ResearchToImpact #NetZero #EntaneerCMU

วิศวฯ มช. จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ Gear Award ประจำปี 2025 สร้างแรงจูงใจในการผลิตผลงานอย่างต่อเนื่องให้แก่คณาจารย์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่นักวิจัยที่มีผลงานยอดเยี่ยม Gear Award ประจำปี 2025 ประเภท งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมและเชิดชูเกียรตินักวิจัยที่สร้างสรรค์งานวิจัย และผลิตผลงานทางวิชาการที่เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ อาคาร SMC Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจากคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย ฟองสมุทร เป็นผู้มอบรางวัล โดยมีคณาจารย์และนักวิจัยได้รับรางวัล ดังนี้